ภาษา : ไทย

อู่ฮั่น บู้ตึ้ง 

 

 

อู่ฮั่น-บู้ตึ้ง-แหล่งต้นกำเนิดตั่วเหล่าเอี๊ยะ

6วัน 4คืน

กำหนดเดินทาง  .......... 2561

  

วันแรก                     สนามบินสุวรรณภูมิ

23.50 น.  คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์ U สายการบิน CHINA SOUTHERN AIRLINES (CZ) โปรดตรวจเช็คสัมภาระและรับบัตรที่นั่งก่อนเดินทาง (สัมภาระควรมีกุญแจล็อคไว้ทุกใบ)

 

วันที่สอง                   กรุงเทพฯ  – อู่ฮั่น – วัดกุยหยวน – เขาบู๊ตึ้ง

03.20 น.  เหินฟ้าสู่ เมืองอู่ฮั่น โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ CZ 3030

07.40 น.  ถึง นครอู่ฮั่น ตั้งอยู่ในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศจีน มีอาณาเขตอยู่ในพื้นที่ของแม่น้ำ 2 สายคือแม่น้ำจางเจียงและฮั่นเจียง เนื่องจากอยู่ทางเหนือของทะเลสาบต้งถิงทางตอนกลางของแม่น้ำฉางเจียงจึงได้ชื่อว่า หูเป่ย ซึ่งแปลว่าเหนือทะเลสาบ ทางเหนือติดกับมณฑลเหอหนาน ตะวันออกติดกับมณฑลอันฮุย ตะวันออกเฉียงใต้ไปถึงทางใต้ดินติดมณฑลเจียงซี และหูหนาน ตะวันตกติดกับเมืองฉงชิ่ง ตะวันตกเฉียงเหนือติดกับมณฑลส่านซี

เช้า          รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร  

นำท่านชม วัดกุยหยวน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุราว 300 กว่าปี อีกทั้งยังเป็นอารามเก่าแก่ 1 ใน 4 ของเมืองอู่ฮั่น ตำนานของวัดกุยหยวน เขาว่ากันว่า เมื่อก่อนเกิดสงคราม และมีคนตายเยอะมากในบริเวณวัดกุยหยวน ที่ซึ่งเคยเป็นสนามรบ เจ้าอาวาส ได้เดินผ่านที่แห่งนี้ เห็นคนตายเยอะมาก จึงช่วยทำพิธี และ มีเจ้าแผ่นดินผู้ซึ่งมีนิ้วขาด ได้เห็นว่า เจ้าอาวาสไป๋กวงมีคาถาอาคม จึงขอให้เจ้าอาวาสช่วยต่อนิ้ว เป็นอันสำเร็จ จึงตอบแทนด้วยการสร้างวัดกุยหยวนแห่งนี้ขึ้นมา

เที่ยง        รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

บ่าย          นำท่านเดินทางสู่ เขาบู๊ตึ้ง 武当山 WUDANG SHAN (ไท่เหอซาน太和山) บู้ตึ้งตั้งอยูในเขตเมืองสือเอี้ยน十堰 มี 72 ยอดเขา 36 หน้าผา 24 ถ้ำ เป็นเทือกเขาที่มีความสำคัญของลัทธิเต๋า ถือว่าเป็นดินแดนสุขาวดีและเป็นแหล่งฝึกวิชาบำเพ็ญฌานของนักพรตเต๋าทั้งหลาย รวมถึงเทพเจ้าเสวียนหวู่ 玄武神 (เจ้าพ่อเสือ) ซึ่งเดิมคือนักพรตชื่อเจินอู่ (จิงบู้ / เหี่ยงบู้) มาบำเพ็ญพรตบนเขากระทั่งสำเร็จเป็นเซียน มหาเทพเง็กเซียนฮ่องเต้มีบัญชาให้เฝ้าพิทักษ์เขาทางด้านทิศเหนือ ในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ-รัชสมัยจักรพรรดิซ่งฮุยจง มีนักบวชเต๋าแห่งภูเขาบู๊ตึ้งท่านหนึ่งมีนามว่า จางซานเฟิง张三丰 (เตียซำฮง) ที่นักอ่านนวนิยายกำลังภายในรู้จักกันดี เพราะมีฝีมือช่วยเหลือคนไข้ด้วยวิชากำลังภายใน ปรมาจารย์จางซานเฟิงเป็นผู้ให้กำเนิดวิชาหมัดมวย (มวยไท้เก๊ก) แห่งสำนักบู๊ตึ้ง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังเคียงคู่มากับสำนักเส้าหลิน จึงมีคำกล่าวว่า เหนือมีเส้าหลิน-ใต้มีบู๊ตึ้ง สองสำนักวรยุทธ์มาตรฐานของแผ่นดิน (ใช้เวลาเดินทาง 5.30 ชั่วโมง)

ค่ำ            รับประทานอาหาร ณ  ภัตตาคาร

                   พักที่โรงแรม WUDANGSHAN HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม          ตำหนักทองจินเตี้ยน ตำหนักจื่อเซียว (อารามเมฆม่วง) ตำหนักไท่จื่อ

เช้า          รับประทานอาหาร ณ โรงแรม   

นำท่านนั่งกระเช้าขึ้นสู่ ตำหนักทองจินเตี้ยน 金殿 พิชิตจุดสูงสุดของเทือกเขาบู๊ตึงบนยอดเทียนจู่เฟิง 天柱峰  ที่ระดับความสูงเทียมเมฆ 1,613 เมตรจากระดับน้ำทะเล สถานที่ประดิษฐานเทพเจ้าเสวียนหวู่ (เจ้าพ่อเสือ) ตำหนักทองจินเตี้ยนสร้างด้วยทองสำริดทั้งหลัง มีความสูง 5.5 เมตร กว้าง 5.8 เมตร ภายในวิหารงามวิจิตรด้วยลวดลายบนเสาเอกและเพดานประดับมุข แล้วนำท่านชม  ตำหนักจื่อเซียว 紫霄(อารามเมฆม่วง) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1413 ตั้งอยู่บนจุดอันเป็นมงคลสูงสุดบนเขาบู๊ตึง รูปแบบงานสถาปัตยกรรมงามสง่า แผนผังเป็นเส้นตรงในแนวเดียวกัน จำลองแบบของพระราชวังกู้กงที่สมบูรณ์แบบ ทั้งกำแพง บันได ตำหนัก โครงสร้างการตกแต่งและบรรยากาศทั้งมวลล้วนสะท้อนถึงพระราชอำนาจแห่งราชวงศ์หมิง ที่มีศูนย์รวมอยู่ที่องค์จักรพรรดิ์ซึ่งเลื่อมใสศรัทธาเทพแห่งเต๋าอย่างสูงสุด ถือเป็นตำหนักในสมัยราชวงศ์หมิงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดบนเขาบู๊ตึ้ง ตำหนักจื่อเซียวหันหน้าไปทางทิศใต้ ด้านหลังอิงเขา สะท้อนถึงหลักเฟิงสุย (ฮวงจุ้ย) ที่รับหยินอุ้มหยาง หลังมีเขาหน้ามีน้ำ เป็นสถานที่เก็บกักและหมุนเวียนพลังชี่ตามหลักเฟิงสุย

เที่ยง        รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านชม ตำหนักไท่จื่อ 太子坡 เนื่องจากบนไหล่เขาไท่จื่อมีพื้นที่คับแคบ ไม่สามารถสร้างหมู่ตึกให้เป็น แนวเส้นตรงได้ แต่ด้วยพระบรมราชโองการแห่งองค์จักรพรรดิ์ที่ทรงห้ามการแก้ไขลักษณะภูมิลักษณ์ของภูเขา นายช่างผู้ออกแบบการสร้างจึงจำเป็นต้องออกแบบขยายออกทางด้านข้าง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาแทน ดังนั้นทางเข้าตำหนักจึงทำเป็นทางเดินคดเคี้ยว ขนาบข้างด้วยกำแพงเก้าโค้ง คล้ายคลึงกับกำแพงสะท้อนเสียงที่หอบูชาฟ้าดินเทียนถานที่กรุงปักกิ่ง บนหอห้าเมฆซึ่งเป็นจุดสูงสุดของตำหนักไทจื่อ มีงานสถาปัตย์ที่เรียกว่า หนึ่งเสาสิบสองทาง เป็นการออกแบบก่อสร้างโดยไม่ต้องแก้ไขภูมิลักษณ์ของพื้นที่ได้อย่างชาญฉลาด

ค่ำ            รับประทานอาหาร ณ  ภัตตาคาร

                   พักที่โรงแรม WUDANGSHAN HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่              เขาบู๊ตึ้ง – เมืองเซียงฝาน กำแพงเมืองโบราณเซียงฝานบ้านพักขงเบ้ง – อู่ฮั่น

เช้า          รับประทานอาหาร ณ โรงแรม   

นำท่านเดินทางไปยัง เมืองเซียงฝาน ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูเป่ย มีพื้นที่ประมาณ 3563 ต.ร.กม. โดยมีแม่น้ำฮั่นไหลผ่านเมืองจากทิศตะวันตกไปตะวันออก ระหว่างทางให้ท่านชมทิวทัศน์สองข้างซึ่งเป็นภูเขาสลับซับซ้อนบนเส้นทางอันคดเคี้ยวของเขาอู่ตัง เมืองนี้มีประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันเก่าแก่กว่า 2,800 ปี ในอดีตมีความสำคัญต่อความอยู่รอดของราชวงศ์ซ่งใต้ เพราะเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญพื้นที่สามด้านมีแม่น้ำล้อมรอบและยังมีกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด ส่วนอีกด้านใกล้เขา มีการวางผังเมืองอย่างเยี่ยมยอด จึงได้สมญานามว่า เซียงฝานเมืองแกร่ง ต่อจากนั้นนำท่านชม กำแพงเมืองโบราณเซียงฝาน 襄樊古城 ชมจวนที่ว่าการเจ้าเมือง 襄樊王府

เที่ยง        รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

บ่าย          นำท่านเดินทางไป เมืองหลงจงโบราณ 古隆中 GULONGZHONG ซึ่งอยู่ห่างจากเซียงฝานไปทางทิศตะวันตกประมาณ 13 กม. ขึ้นเขาโงลังกั๋ง 卧龙岗 (สันเขา มังกรซ่อนกาย) ชมกระท่อมหญ้าของจูเก๋อเลี่ยง (ขงเบ้ง) จูเก๋อเหลี่ยง (ค..180-234) ขงเบ้ง-เป็นชาวมณฑลซานตง กำพร้ามารดาเมื่ออายุ 10 ขวบ และกำพร้าบิดาเมื่ออายุ 12 ขวบ ติดตามญาติมาอาศัยอยู่ที่กระท่อมหญ้าหลังนี้เมื่อสมัยยังอยู่ในวัยหนุ่ม และศึกษาตำราพิชัยยุทธ์อยู่บนเขา 10 ปี ตั้งแต่อายุ 17-27 ปี จึงได้รับฉายาวอหลงหรือมังกรซ่อนกายก่อนรับคำเชิญของเล่าปี่ ที่ขึ้นเขามาถึงสามครั้ง เพื่อขอร้องให้ไปเป็นกุนซือกู้ชาติ ต่อจากนั้นนำท่านเดินกลับสู่ เมืองอู่ฮั่น มีอาณาเขตอยู่ในพื้นที่ของแม่น้ำ 2 สายคือแม่น้ำจางเจียงและฮั่นเจียง

ค่ำ            รับประทานอาหาร ณ  ภัตตาคาร

พักที่โรงแรม WU HAN ZAO RUI HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า        ทะเลสาบตงหู – พิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลหูเป่ย – ถนนฉู่เหอฮ่านเจีย – ถนนคนเดินเจียงฮั่น   

เช้า          รับประทานอาหาร ณ โรงแรม 

นำท่านชม เขตทิวทัศน์ทะเลสาบตงหู ตั้งอยู่กลางเมืองอู่ฮั่น มีพื้นที่ประมาณ 73 ตร.กม ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ 1950 นับเป็นทะเลสาบใจกลางเมืองที่ใหญ่สุดของจีน ซึ่งทัศนียภาพโดยรอบบริเวณทะเลสาบนั้นเหมาะอย่างยิ่งในการพักผ่อนหย่อนใจ ถ้าเปรียบความงามของซีหูดั่งเป็นสีสันโลกตะวันตก ตงหู ก็เปรียบดั่งความเรียบง่ายนุ่มนวลแห่งโลกตะวันออก ต่อจากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลหูเป่ย ตั้งอยู่ข้างๆทะเลสาบตงหู เมืองอู่ฮั่นมีพื้นที่ประมาณ 81,909 ตาราง เป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์อนุรักษ์ และจัดแสดงเกี่ยวกับวัตถุโบราณของมณฑลหูเป่ย  ซี่งนับว่าจัดอยู่ในระดับใหญ่ที่สุดของประเทศจีน

เที่ยง        รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านช้อปปิ้งที่ ถนนฉู่เหอฮ่านเจีย (Chu River and Han Street) ขาช้อปตัวจริงต้องไม่พลาดแหล่งช้อปปิ้งสำคัญแห่งนี้ของอู่ฮั่น เพราะที่นี่มีทั้งแบรนด์เนมสุดหรูให้ได้เลือกช้อปกันอย่างสะใจ หรือใครจะช้อปราคาเบาๆ สบายกระเป๋า ก็มีสินค้าพื้นเมืองให้เลือกสรร รวมถึงอาหารรสชาติอู่ฮั่นแท้ๆ ที่รอให้เราไปเลือกชิมอีกต่างหาก เหมาะกับการเปลี่ยนบรรยากาศหลังจากไปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ต่อจากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินเจียงฮั่น สองข้างทางจะเรียงรายด้วยร้านขนม ร้านเสื้อผ้าดัง ยามเช้าก็เป็นที่สมาคมของคนทุกวัย แต่จะหนักไปทางผู้สูงอายุ ส่วนยามค่ำคืนก็คึกคักด้วยแสงไฟ และตลาดนัด

ค่ำ            รับประทานอาหาร ณ  ภัตตาคาร

พักที่โรงแรม WU HAN ZAO RUI HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่หก                หอกระเรียนเหลือง – หอแดง ถนนสายอาหารฮู้ปู้เสี้ยง – หาดริมแม่น้ำ – สุวรรณภูมิ

เช้า          รับประทานอาหาร ณ โรงแรม 

นำท่านชม หอกระเรียนเหลือง (หวงเฮ่อโหลว) เป็นหอ 1 ใน 3 ที่มีชื่อเสียงของจีนมีชื่อเสียงพอๆกับหอเอี้ยหยาง ของมณฑลหูหนาน และหอเถิงหวังเก๋อของเมืองหนานชางมณฑลเจียงซี  เดิมปี ค.ศ.223 หอแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เหมืองหูเป่ยอู่ชางเสอซัน และได้รับการบูรณะอย่างจริงจังถึงปัจจุบันรวมเป็นครั้งที่ 4 อาคารโดยรอบได้รับการบูรณะใหม่ในลักษณะของอาคารแบบดั้งเดิม ซึ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่นิยมกันมาก  หอแรกสร้างขึ้นในยุคคริสตศตวรรษที่ 3 ถูกทำลายและบูรณะขึ้นใหม่หลายครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ.1884 หอนี้ได้ถูกไฟไหม้ไปหมด และปัจจุบันหอนี้เป็นที่จัดแสดงงานเขียนอักษรจีนและงานจิตรกรรมที่มีชื่อเสียงหลายยุคสมัย ต่อจากนั้นนำท่านชม หอแดง อนุสรณ์สถานการปฏิวัติซินไฮ่ เขตอู่ชาง เมืองอู่ฮัน ตั้งอยู่ ณ สนามฝึกม้า เขตอู่ชางเมืองอู่ฮั่น เนื่องจากตัวอาคารหลักเป็นอาคารสองชั้น กำแพงก่อด้วยอิฐแดง มุงหลังคาด้วยกระเบื้องแดง จึงเรียกว่า หอแดง อนุสรณ์สถานการปฏิวัติซินไฮ่ เขตอู่ชาง เมืองอู่ฮัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1981 เพื่อระลึกถึงการครบรอบ 70 ปีการปฏิวัติซินไฮ่ เป็นหน่วยงานอนุรักษ์วัตถุทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ เป็นสถานที่การศึกษาเพื่อความรักชาติที่มีชื่อเสียง และเป็นสถานท่องเที่ยวที่ระดับ 4A ของประเทศ

เที่ยง        รับประทานอาหาร ณ  ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านช้อปปิ้งที่ถนนสายอาหารฮู้ปู้เสี้ยง Hù bù xiàng 户部巷, (Hubu Alley) ตั้งอยู่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหู่เป่ย เป็นถนนโบราณตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์หมิงชิง มีความยาวแค่ 150 เมตร ความกว้าง 4 เมตร ถนนสายนี้มีอาหารแบบพื้นเมือง ราคาถูกมากมายให้ท่านได้มาลิ้มลองทั้ง 2 ฝั่งถนน แล้วนำท่านเพลิดเพลินกับสวนสาธารณะริมแม่น้ำ อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ต่อจากนั้นนำท่านชม ฮั่นโข่วเจียงทานหรือที่เรียกกันว่าหาดริมแม่น้ำ  ตั้งอยู่ในเมืองอู่ฮั้นทางตอนเหนือของแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นหาดริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย  มีพื้นที่ 1.6 ล้านตารางเมตร อยู่ใกล้กับถนนคนเดินเจียงฮั่น และอยู่ตรงข้ามกับหอนกกระเรียนเหลือง  ที่นี่เปรียบเหมือนสวนสาธารณะทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ให้ความบันเทิง เป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยว หาดริมแม่น้ำแห่งนี้นับเป็นจุดศูนย์กลางจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองอู่ฮั่น ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาตินับล้านคนหลั่งไหลกันมาชมทัศนียภาพของเมืองอู่ฮั่น

ค่ำ            รับประทานอาหาร ณ  ภัตตาคาร

22.05 น.  เหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน  เที่ยวบิน CZ 3057

00.40 น.  เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ.......

************************

 

อัตราค่าบริการ        ผู้ใหญ่ ( พักห้องคู่ )                      ท่านละ          00,000.-      บาท

                             พักห้องเดี่ยวจ่ายเพิ่ม                     ท่านละ            0,000.-     บาท

 

หมายเหตุ :     ราคาทัวร์นี้ ไม่แจกกระเป๋า / ไม่มีราคาเด็ก ซึ่งราคาทัวร์ดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสภาวะน้ำมันโลกที่มีการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้สายการบินอาจมีการปรับราคาภาษีน้ำมันขึ้นในอนาคต ซึ่งทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าภาษีน้ำมันเพิ่มตามความเป็นจริง                  

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สภาพทางการเมือง ภัยทาง

ธรรมชาติ แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ(ราคาดังกล่าวข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่และกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้)