ภาษา : ไทย

เส้นทางสายไหม... จางเย่ 

 เส้นทางสายไหม... 

หลันโจว-จางเย่-ตุนหวง-ทูรูฟาน-อูรูมู่ฉี

畅游甘肃+新疆.... 丝绸之路

兰州  张掖  敦煌  吐鲁番  乌鲁木齐 

มณฑลซินเจียง  มีคำพังเพยจีนพูดไว้ว่า ไม่มาซินเจียง ย่อมไม่ทราบว่าเมืองจีนใหญ่โตแค่ไหน

เพราะซินเจียงเป็นมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีเนื้อที่มากกว่าประเทศไทยถึงสามเท่า

เส้นทางสายไหม  เส้นทางค้าขายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มี ไหม เป็นเส้นใยเชื่อมร้อยประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ความเชื่อและเป็นตัวเชื่อมโยงโลกตะวันออกสู่โลกตะวันตก ผ้าไหมเป็นสิ่งมีค่าเป็นที่ต้องการของชนชั้นสูงในโลกตะวันตก ด้วยเหตุนี้ใครๆก็อยากจะเข้ามาคบกับประเทศจีน ผู้ผลิตไหมเพียงหนึ่งเดียว เส้นทางสายไหมเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์หลายชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซีย มองโกล เติร์ก เอเซียกลาง โรมัน ยุโรปตะวันออก อินเดีย และที่สำคัญสุดคือประเทศจีน เพราะนครฉางอาน(ซีอาน) เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนี้ ของกองคาราวานเส้นทางสายไหมที่ดั้นด้นมาจากแดนไกล (ราว7,000ไมล์) ที่ต้องฝ่าฟันกับความหนาวเหน็บบนยอดเขาสูงชัน ฝ่าความแห้งแล้งของทะเลทรายกว้างใหญ่ที่ร้อนระอุ ตลอดเส้นทางคือการต่อสู้กับธรรมชาติอันหฤโหดในอดีต  ดังนั้นพ่อค้าที่หากำไรจากผ้าไหมได้จะต้องไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา  แต่จะต้องเป็นนักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน.....     ****คัดจากหนังสือ เส้นทางสายไหม ของรักษ์ ธรรมมิสรา****

  

กำหนดเดินทาง  วันที่  ......  2561   (10 วัน 9 คืน)

    

วันแรก           สนามบินสุวรรณภูมิ  ~   เซี่ยเหมิน

第一天           素汪哪逢机场 ~ 厦门     

13.00 น. พร้อมกันสนามบินสุวรรณภูมิ (ขาออก) ประตู 3 เคาน์เตอร์ E สายการบิน XIAMEN AIRLINES (MF)

             โปรดตรวจเช็คสัมภาระและรับบัตรที่นั่งก่อนเดินทาง (สัมภาระควรมีกุญแจล็อคไว้ )

16.10 น. Q เหินฟ้าสู่เซี่ยเหมิน โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ MF 834  (อาหารบนเครื่องบิน)

20.35 น. ถึงสนามบินเซี่ยเหมิน มณฑลฟู่เจี้ยน สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือนกกระยางขาวไข่มุกแห่งท้องทะเล เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ในห้าเขตของประเทศจีน  หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง...  

ค่ำ          บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร    ã พักโรงแรมเซี่ยเหมิน Hotel 4 ดาว

 

วันที่สอง  ~หลันโจว/พิพิธภัณฑ์กานซู สะพานเหล็กหวงเหอ– อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง– กังหันวิดน้ำ

第二天        厦门 ~ 兰州(甘肃省会),甘肃博物馆黄河铁桥黄河母亲雕像古水车园

05.30     นำท่านสู่สนามบินเซี่ยเหมิน  

07.30 น. Q เหินฟ้าสู่หลันโจว  โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ MF 8209 (อาหารบนเครื่องบิน)

12.30 น. ถึงสนามบินหลันโจว  เมืองเอกของมณฑลกานซู่ มณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นจุดผ่านของเส้นทางสายไหมอันลือชื่อ เป็นเมืองอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยมและเครื่องจักรกลหนัก ในสมัยโบราณเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของพวกซีหยง มีพื้นที่ 390,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 24 ล้านคน ตอนบนมีเขตแดนติดต่อกับมองโกเลียในและมองโกเลียนอก   

เที่ยง        บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

              นำชม พิพิธภัณฑ์กานซู  เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของเส้นทางสายไหม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองหลันโจว จัดแสดงหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ค้นพบและขุดพบในเขตมณฑลกานซู่และตามเมืองอื่นๆที่อยู่ในแนวเส้นทางสายไหม โดยเริ่มตั้งแต่ยุควัฒนธรรมต้าตี้ว่านเมื่อประมาณ 8,000 ปีก่อนคริสตกาล เรื่อยมาถึงราชวงศ์หยวน  ชมแผนที่ที่แสดงถึงเส้นทางกองคาราวานในสมัยโบราณ  นำท่านชม สะพานเหล็กแม่น้ำหวงเหอ ชาวบ้านเรียกกันว่าสะพานที่ 1 แม่น้ำหวงเหอ สะพานเหล็กเดิม สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ในปี ค.ศ. 1368-1398 สร้างเป็นเรือขนาดใหญ่ 24 ลำติดต่อกัน ถึงฤดูหนาวก็จะรื้อออก พอถึงหน้าร้อนก็จะต่อขึ้นมาใหม่ เป็นสะพานที่เชื่อมระเบียงแม่น้ำหวงเหอ มณฑลชิงไห่และมณฑลหนิงเซี่ย เป็นหัวใจของเส้นทางสายไหม เมื่อถึงฤดูน้ำหลากสายน้ำที่เชี่ยวกรากจะพัดพาสะพานเสียหาย กระทั่งในสมัยราชวงศ์ชิง (ปี ค.ศ. 1907) ได้เปลี่ยนมาสร้างสะพานเหล็ก ออกแบบโดยวิศวกรชาวเยอรมัน วัสดุสิ่งก่อสร้างทั้งหมดขนส่งลำเลียงโดยความร่วมมือของประชาชนจีนทั้งประเทศ ใช้เกวียน รถม้า คนหาบหาม ในที่สุดการก่อสร้างก็เสร็จทันตามกำหนดเวลาที่ตั้งใจไว้  ต่อจากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง หวงเหอหมู่ชิน   เป็นผลงานของศิลปินหญิงชาวจีน ชื่อ เหอเอ้อ ตั้งอยู่ช่วงกลางถนนปินเหอลู่ สร้างเสร็จเมื่อปี ค.. 1986 ประติมากรรมนี้แกะสลักจากหินแกรนิต มีความยาว 6 เมตร กว้าง 2.2 เมตร และสูง 2.6 เมตร มีน้ำหนักกวา 60 ตัน เป็นรูปสลักที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของชนชาวจีน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่ง อนุสาวรีย์เป็นรูปนอนตะแคง ศอกดันศรีษะขันมองลูกน้อยที่นอนอิงแอบอยู่ข้างๆ มารดาสายตาที่นางมองดูลูกน้อยนั้น เป็นแววตาที่ช่างอบอุ่นด้วยความรักเป็นที่สุด รูปปั้นนี้เปรียบเสมือนแม่น้ำหวงเหอ เป็นมารดาที่หล่อเลี้ยงมวลประชาชาวจีนหลายร้อยล้านคนที่ประดุจดังหนึ่ง เป็นบุตรน้อยของนางมายาวนานกว่า 4,000 ปี  ต้นธารแห่งประวัติศาสตร์ชาติจีน ที่มีความผูกพันกับสายน้ำหวงเหออย่างลึกซึ้ง นำท่านชมกังหันวิดน้ำโบราณ  เป็นของชาวลุ่มน้ำหวงเหอสมัยโบราณ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวนอนุสาวรีย์ของมารดาแม่น้ำเหลือง มีบันทึกระบุไว้ว่าในอดีตกาลสองฟากฝั่งของ หวงเหอเขตหลันโจวมีกังหันวิดน้ำภูมิปัญญาชาวบ้าน ตั้งเรียงรายอยู่ถึง 252 กังหัน กระทั่งหลันโจวได้สมญานาม เมืองหลวงแห่งกังหันน้ำของจีนใกล้ๆ กันยังมีโม่หินสำหรับบดเมล็ดพืชโดยใช้พลังน้ำให้ชม และยังมีชาวบ้านนำแพหนังแกะ มาให้นักท่องเที่ยวทดลองนั่งข้ามฝั่งหวงเหอแบบคนโบราณด้วย

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร   

               ã พักเมืองหลันโจว โรงแรมJinjiang Sunshine Hotel   (4 ดาว)

 

วันที่สาม    หลันโจว (นั่งรถไฟเร็วสูงCRH) ~ จางเย่/อุทยานจางเย่ ตันเสียตี้เม่า, ต้าฝอซื่อ, เจดีย์ไม้

      兰州 ~ 张掖丹霞坐动车组),张掖七彩丹霞地貌(含往返区间车),大佛寺,木塔

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก แล้วนำท่านสู่สถานีรถไฟเมืองหลันโจว

08.30 น.  นั่งรถไฟเร็วสูง CRH ขบวนที่ D2703 เดินทางสู่เมืองจางเย่ ด้วยระยะเวลา3ชั่วโมง               

11.35 น.  เดินทางถึงเมืองจางเย่   

เที่ยง        บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

              นำท่านเดินทางสู่ อุทยานจางเย่ ตันเสียตี้จือกงหยวน หรือ ภูเขาสายรุ้ง (รวมรถเข้าชมอุทยาน)ซึ่งตั้งอยู่หางจากเมืองจางเย่ มณฑลกานซู 40กิโลเมตร ทางภาคเหลือของเขาภูเขาฉีเหลียนซาน  เป็นประติมากรรมธรรมชาติ ประกอบไปด้วยแนวเขาแต้มสีเป็นลายริ้ว จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 100 ตร.กม. อยู่บนระดับความสูง 2,000-3,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุตามกาลเวลากว่า 24 ล้านปี ผ่านการกัดกร่อนของธรรมชาติ สายลม แสงแดด และความแห้งแล้งของภูมิประเทศ เผยให้เห็นถึงชั้นของแร่ธาตุใต้ดิน ที่บ้างเป็นริ้วเลื่อมลายหลากสีสันพาดผ่านทั้งเนินภูแลซับซ้อน บ้างเป็นหุบโตรกลึกชัน

               บ้างคล้ายดั่งปราสาทในดินแดนเทพนิยาย ทั้งนี้ปัจจุบันทิวเขาหลากสีตันเซี๋ย นับเป็นลักษณะภูมิ-ประเทศ ที่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบในประเทศจีนเท่านั้น และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดก โลกเมื่อปี พ.ศ. 2553 รวมเนื้อที่ 450,000 ไร่ เชิญทุกท่านเดินชมและบันทึกภาพตามอัธยาศัย นำชมวัดต้าฝอซื่อ สร้างปีค.ศ.1098 สมัยซีเซี่ย ภายในวิหารใหญ่เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนศักดิ์สิทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน  มีความยาว 34.5 เมตร  ฐานสูง 1.2 เมตร  พระอังสา(ไหล่)กว้าง 7.5 เมตร พระกรรณ(หู)ยาว 4 เมตร สามารถให้คนนั่งเรียงกันได้ถึง 8 คน พระบาทยาว 5.2 เมตร  และชมเจดีย์ไม้ (เย่มู่ถ่า)ซึ่งอยู่ด้านหลังวิหารวัดต้าฝอซื่อ สร้างขึ้นในปีค.ศ.557-588 ตอนต้นของราชวงศ์โจว ได้รับการบูรณะหลายสมัยทั้งราชวงศ์ถัง หมิง ชิง ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่ครบห้าองค์ประกอบ คือโลหะ ไม้ น้ำแ ไฟละดิน ตามความเชื่อปรัชญาจีนโบราณ เจดีย์มีเก้าชั้น สูง32.8 เมตร (107.6ฟุต) ที่ด้านหลังของพระเจดีย์มีอาคารสองชั้นที่เรียกว่าหอเก็บพระคัมภีร์ สร้างในสมัยปลายราชวงศ์ชิง

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร        

              ã พักเมืองจางเย่ โรงแรมJiaheng Hotel  (4 ดาว)

    

วันที่สี่        จางเย่ ~ เจียอวี้กวน/กำแพงเมืองจีน(สุดตะวันตก) , พิพิธภัณฑ์กำแพงเมือง

       张掖  ~  嘉峪关….万里长城最西端(包含往返电瓶车),长城博物馆

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก  

               แล้วเดินทางสู่เมืองเจียอวี้กวน  ด่านเจียอวี้กวน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู  โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นของกำแพงเมืองจีนที่ด้านหนึ่งทอดไปทางตะวันตกเฉียงใต้สู่เทือกเขาเหลียงซาน และอีกด้านทอดไปทางเหนือสู่เทือกเขาเป่ยซาน สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่นี้เห็นได้ชัดหากเดินทางเข้าจากทางทิศตะวันตก อนุสาวรีย์ด้านนอกของประตูตะวันตกมีคำจารึกว่า ป้อมปราการที่แข็งแรงที่สุดในโลกอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นในปีที่14 สมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาที่มีความกว้างเพียง15เมตร นับเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมป้องกันการรุกรานจากข้าศึกได้ดี  และเป็นจุดแรกที่เริ่มทำการก่อสร้างกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์หมิง ด่านเจียอวี้กวนจึงเหมือนเป็นเส้นทางเปิดออกสู่เส้นทางสายไหมนั่นเอง  สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1372 ตัวป้อมปราการมีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ตัวกำแพงสูงราว10.7 เมตร ด่านเจียอวี้กวน ได้ถูกบูรณะสำคัญครั้ง ในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง 2 ราชวงศ์สุดท้ายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจีน ถือเป็นด่านสุดท้ายที่สุดชายแดนประจบกับชนเผ่ามองโกล ซึ่งสภาพแวดล้อมมีแต่ทะเลทรายเวิงว้าง ด่านนี้ได้รับการสร้างและออกแบบด้วยการคำนวณมาเป็นอย่างดี โดยผู้ที่คำนวณการก่อสร้างนั้นได้สั่งอิฐที่ใช้ในการก่อสร้างมาจำนวนพอดีกับการก่อสร้าง โดยมีเกินมาเพียงก้อนเดียวเท่านั้น ภายในตัวด่านมีลานกว้างสำหรับการประลองยุทธ์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและสำคัญของมณฑลกานซู  (*รวมค่ารถแบตตารี่แล้ว)  

เที่ยง        บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร    

               นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กำแพงเมือง กระทั่งสมควรเวลา...

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร                  

                     ã พักเมืองเจียอวี้กวน Jiayuguan Great Wall  Hotel  (4 ดาว)

 

วันที่ห้า           เจียอวี้กวน  ~  ตุนหวง / ถ้ำโม่เกาคู – ตลาดกลางคืนซาโจว

        嘉峪关 ~  敦煌 / 莫高窟 沙洲夜市

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

               นำท่านเดินทางสู่เมือง ตุนหวง โดยรถโค้ช (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง) เมืองแห่งโอเอซิส ตุนหวงเป็นเมืองยุทธศาสตร์บนเส้นทางสายไหม ที่นักเดินทางทุกคนต้องหยุดแวะเพื่อจัดเตรียมเสบียงให้พร้อมก่อนเดินทางผ่านทะเลทรายอันยาวไกล เมืองตุนหวงซึ่งเป็นเมืองที่มีความหมายว่า ความเจริญรุ่งเรืองที่สุดในเส้นทางสายไหม

เที่ยง        บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

              นำท่านชม ถ้ำโม่เกาคู หรือ เชียนฝอต้ง (แปลว่าถ้ำพระพุทธรูปพันองค์) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1987 และได้รับการยกย่องเป็นแหล่งพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน เป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์บนหน้าผาของเขาหมิงซาซาน ได้แกะสลักหน้าผาทางซีกตะวันออกของภูเขา มีความยาวถึง 1,600 เมตร อยู่ท่ามกลางทะเลทรายโกบี ห่างจากตัวเมืองตุนหวง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร ผาหินถูกเจาะเป็นถ้ำจำนวนทั้งสิ้น 492 ถ้ำ ภายในเป็นที่บรรจุพุทธประติมากรรมและภาพเขียนพุทธประวัติต่างๆ ในอดีตกาลและส่วนใหญ่ของถ้ำแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ทุกตารางนิ้วของผนังถ้ำเต็มไปด้วยภาพวาดและรูปสลัก ทางศาสนา ถ้ำแห่งนี้มีภาพผนังกินเนื้อที่กว่า 45,000 ตารางเมตร นักโบราณคดีตะวันตกขนานนามภาพผนังแห่งนี้ว่า ห้องสมุดบนผนัง ถ้ำโม่เกาคู ก่อสร้างนานนับพันปี ตั้งแต่ราชวงศ์ฉินถึงราชวงศ์หยวน รวม 10 ราชวงศ์ โดยยุคทองอยู่ในช่วงกลางสมัยราชวงศ์ถัง ปัจจุบันโม่เกาคู เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งที่ห้ามพลาดในรายการเส้นทางสายไหม 

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร    หลังอาหาร เดินชมตลาดกลางคืน ซาโจวเย่ซื่อ 

              ã พักเมืองตุนหวง Fuguo Hotel  (4 ดาว)

 

วันที่หก      ตุนหวง/หมิงซาซาน, สระน้ำวงจันทร์ ~  (นั่งรถไฟเร็วสูงCRH) ~ ทูรูฟาน/คานเอ๋อจิ่ง

     敦煌 / 鸣沙山,月牙泉 (骑骆驼至 月牙泉 往返)~ 坐动车组~  吐鲁番/坎儿井

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก   

      นำท่านเดินทางสู่ เนินทรายหมิงซาซาน เทือกเขาทะเลทรายที่มีความยาวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก40 กิโลเมตร จากทิศเหนือไปทิศใต้ 20 กิโลเมตร ยอดเขาสูงประมาณ 100 เมตร ทรายมีสีสันต่างกันสี คือสีแดง เหลือง เขียว ขาว ดำ ที่มาของภูเขาหมิงซาซาน (เขาทรายขับเพลงหรือเขาทรายร้องได้) เป็นเนินทรายสูงพอควร ให้ท่านได้ขี่อูฐชมวิว ตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพ 2กองทัพกำลังสู้รบกันอยู่และในขณะนั้นได้เกิดพายุทรายพัดกระหน่ำ ทำให้ทั้ง 2 กองทัพถูกฝังทั้งเป็นภายใต้กองทราย ปัจจุบันภูเขาหมิงซาซานเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองตุนหวง กิจกรรม ณ ภูเขาหมิงซาซานคือ ท่านจะได้ขี่อูฐชมทะเลทรายที่กว้างใหญ่ สานฝันขี่อูฐท่องทะเลทราย เดินตามกันเป็นทิวแถวไปตามสันทรายที่โค้งไปมา ภูเขาทรายดูเป็นประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ตัดกับฟ้าสวยสีครามใส จะประทับใจไม่รู้ลืม(*รวมค่าขี่อูฐถึงสระน้ำวงจันทน์ )  ชม สระน้ำวงจันทร์ เป็นบ่อน้ำผุดที่ไม่เคยเหือดแห้ง แม้จะอยู่

     กลางทะเลทรายหมิงซาซาน มีความลึกเฉลี่ยเพียง 5 เมตร เท่าความกว้างของทะเลสาปจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 100 เมตร และจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก 25 เมตร ลักษณะบ่อน้ำแห่งนี้คล้ายกับเสี้ยวพระจันทร์ จึงเป็นที่มา

     ของ "สระน้ำวงพระจันทร์" “เยี่ยหยาเฉวียน 

เที่ยง        บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร   

              นำท่านสู่สถานีรถไฟเมืองหลิวหยวน

14.25 น.  นั่งรถไฟเร็วสูง CRH  ขบวนที่ D2701 เดินทางสู่เมืองทูรูฟาน                   

17.55 น.  เดินทางถึงเมืองทูรูฟาน เมืองโอเอซีสบนเส้นทางสายไหม ทูรูฟานเป็นเมืองสำคัญในมณฑลซินเจียง อดีตก็เป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญแห่งหนึ่งของเส้นทางสายไหมสายเหนือ ที่นี่เคยมีเมืองโบราณสำคัญๆ หลายแห่ง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่ร้อนที่สุดในประเทศจีน ในฤดูร้อนบางทีอากาศสูงถึง 40 กว่าองศา ขณะที่ท่ามกลางทะเลทรายและความแห้งแล้ง แต่ในอดีตก็มีระบบชลประทานใต้ดินที่เป็นเลิศ แถมบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองยังเป็นแหล่งปลูกองุ่นที่สำคัญของประเทศ กล่าวกันว่าที่นี่เป็นแหล่งปลูกองุ่นไร้เมล็ดที่สร้างผลิตผลถึงร้อยละ 90 ของประเทศทีเดียว

                  นำท่านชม คานเอ๋อจิ่ง ระบบชลประทานใต้ดินของทูรูฟาน ซึ่งมีการต่อท่อเพื่อนำน้ำที่ละลายจาก

              น้ำแข็งบนภูเขาสูงลงมายังที่ราบแถบโอเอซีส  โดยการขุดท่อใต้ดินเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำในฤดูร้อน ลักษณะพิเศษคือเป็นบ่อชลประทานที่ขุดต่อเชื่อมทะลุถึงกันจากเนินเขาไปถึงที่ทำการเกษตร ซึ่งมีมากกว่าพันแห่ง ความยาวของบ่อรวม5000 กิโลเมตร บ่อน้ำนี้เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวทูรูฟาน

              ตั้งแต่สมัยสองพันปีก่อนที่ตกทอดสืบเนื่องกันมาถึงปัจจุบัน   

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

              ã พักเมืองทูรูฟาน MaiXiLaiFu Hotel  (4 ดาว)

 

วันที่เจ็ด       ทูรูฟาน/เมืองโบราณเกาชาง(รวมรถกอล์ฟ), เขาเปลวเพลิง, สวนองุ่นไร้เม็ด  ~ อูรูมู่ฉี  

          吐鲁番/高昌故城 ,火焰山 ,葡萄沟 (含往返区间车) 葡萄農家訪 ~  乌鲁木齐

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

              เดินทางสู่เมืองเกาชาง  นั่งรถกอล์ฟชม ซากเมืองโบราณเกาชาง ภาษาอุยกูร์เรียก DUHU CITY มีความหมายว่า เมืองกษัตริย์ สร้างโดยหน่วยทหารที่ถูกส่งมาพัฒนาพื้นที่ในยุคอาณาจักร CHESHI ซึ่งขณะนั้นตรงกับสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (100 ปีก่อนคริสตกาล) ที่นี่ถูกเรียกว่ากำแพงเกาชางหรือด่านเกาชางในปลายราชวงศ์ฮั่นถึงราชวงศ์เว่ย และราชวงศ์จิ้น เมื่อส่วนกลางส่งทหารและเจ้าหน้าที่ปกครองจากเมืองหลวงเข้ามาดูแลพื้นที่คอยป้องกันการรุกรานของเผ่าเซียงหนู เมืองเกาชางสิ้นสุดและถูกทำลายยับเยินเพราะสงครามในปลายศตวรรษที่ 13 บนพื้นที่ 2 ตารางกิโลเมตรท่านจะได้เห็นซากเมืองเก่า กำแพงเมืองเก่า ที่ยังคงเหลือร่องรอยอารยะธรรมที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน 

เที่ยง         บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร  

              นำท่านเที่ยวชม ฝอเยี่ยนซาน หรือ ภูเขาเปลวไฟซึ่งเป็นสถานที่รู้จักกันดีในนวนิยายเรื่องไซอิ๋ว ตอนที่ซุนหงอคงไปขอยืมพัดกายสิทธิ์จากองค์หญิงพัดเหล็กมาดับไฟในภูเขาเปลวเพลิงเพื่อให้พระถังซำจั่งได้เดิน ทางไปเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียต่อ ภูเขาเปลวเพลิงนี้มีลักษณะเป็นหินสีอิฐทั้งภูเขาไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเลย ซึ้งถ้ามองจากที่ไกล ๆ จะเห็นเป็นเพลิงสีแดงคล้ายไฟลุกไหม้  

                   หลังจากนั้นนำชม สวนองุ่นผู่เถาโกว เมืองทูรูพานเป็นเมืองผลไม้ที่ลือชื่อของมณฑลซินเกียง มีทั้งองุ่น ลูกท้อ แอพริคอด แตงฮามี โดยเฉพาะองุ่นเป็นผลไม้ที่ปลูกมากที่สุด ส่งขายทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะองุ่นอบแห้งเป็นที่รู้จักดีในท้องตลาดมานานแล้ว ช่วงที่มีผลไม้มากที่สุดคือในระหว่างเดือน ก.ค. ส.ค. ในช่วงดังกล่าวจะมีงานเทศกาลองุ่นเป็นงานประจำปี

                   ระหว่างทางผ่านชม  กังหันลมต๋าปั่นเฉิง ที่ใหญ่สุดในจีนและในเอเชียปัจจุบัน เป็นกังหันลมที่ผลิตไฟฟ้าจากแรงลม ตั้งเรียงรายเป็นระเบียบอยู่บนพื้นทะเลทรายอันกว้างใหญ่  แล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองอูรูมู่ฉี ชมกลางทุ่งหญ้าชอุ่มชุ่มเขียว โดยมีเทือกเขาหิมะเทียนซานเป็นฉากหลัง... กระทั่งรถนำท่านถึงเมืองอูรูมู่ฉี...เมืองนี้ตั้งอยู่เชิงเขาเทียนซัน ทางตอนเหนือเป็นเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1763 เป็นเมืองที่ทันสมัยคล้ายเมืองอุตสาหกรรมของรัสเซียมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และ โรงงานมาก มาย ชีวิตของผู้คนของที่นี่จะมีกลิ่นอายของชาวมุสลิม อุยกูร์ แต่ที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮั่น ซึ่งควบคุมธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมที่สำคัญอูลูมู่ฉีเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของมณฑลซินเจียง

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

            ã พักเมืองอูรูมูฉีโรงแรม อีลี่เท่อ Yilite Hotel  (4 ดาว) 

 

วันที่แปด      อูรูมู่ฉี/ทะเลสาปเทียนฉือ สวนหงซาน – ตลาดต้าปาจา + โชว์พื้นเมืองซินเกียง     

       乌鲁木齐/天山天池(含往返区间车+游船+电瓶车),红山公园,二道桥大巴扎 + 晚看新疆表演

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

              นำท่านเดินทางสู่เขต เทือกเขาเทียนซาน ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,445 เมตร ผ่านชมความงามธรรมชาติของป่าสนภูเขาหิมะสูงชัน นำท่านล่องเรือในทะเลสาบเทียนฉือ ทะเลสาบสรวงสวรรค์ ที่มีความสูง 1,900 เมตรจากระดับน้ำทะเล (รวมค่ารถเข้าอุทยาน+รวมรถแบตตารีและค่าเรือแล้ว)

เที่ยง         บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร  

              นำท่านเที่ยวชมบริเวณ สวนหงซาน ตั้งอยู่บนเนินเขา ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซินเจียงพร้อมทั้งชมราวทางเดินที่มีแม่กุญแจคล้องไว้เป็นจำนวนมาก ตามความเชื่อของคู่รักที่ว่าจะทำให้ความรักของทั้งคู่ยั่งยืนและอยู่คู่กันตลอดไป  แล้วเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองในเมืองอูรูมูฉี และช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากที่ตลาดขายสินค้าพื้นเมืองของชนเผ่าเหวยอู๋เอ่ร์อ บริเวณ เอ้อเต้าเฉียว (ตลาดต้าปาจา) อาทิ มีดเหล็กซินเจียง เสื้อผ้า ผลไม้สด ผลไม้แห้ง ลูกเกด อาหารท้องถิ่น ยาสมุนไพร มากมาย ฯลฯ

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  พร้อมชมการแสดง โชว์ระบำพื้นเมืองซินเกียง

              ã พักเมืองอูรูมูฉีโรงแรม อีลี่เท่อ Yilite Hotel  (4 ดาว)

 

วันที่เก้า                 อูรูมู่ฉี ~ เซี่ยเหมิน /มหาลัยจิบมุ่ย        乌鲁木齐  ~  厦门/ 集美学村 

05.35 น.   อาหารเช้า หากไม่ทันทางโรงแรมจะจัดอาหารกล่องไว้ให้ แล้วนำท่านสู่สนามบินภายในเมืองอูรูมูฉี  

07.55 น. Q เหิรฟ้ากลับเมืองเซี่ยเหมิน โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ MF 8246 (อาหารบนเครื่องบิน)

14.35 น. ถึงสนามบินเซี่ยเหมิน มณฑลฟู่เจี้ยน สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือนกกระยางขาวไข่มุกแห่งท้องทะเล เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ในห้าเขตของประเทศจีน... แล้วนำท่านชมโรงเรียนจิบมุ่ย ซึ่งเวลานี้ได้ยกระดับ เป็นมหาวิทยาลัยจิบมุ่ย สถานที่แห่งนี้ มหาเศรษฐีชาวสิงคโปร์เป็นผู้สร้างไว้เพื่อพัฒนาการศึกษาให้เยาวชนรุ่นหลัง กระทั่งเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบัน ชมอนุสาวรีย์ของผู้ที่สร้างโรงเรียนจิบมุ่ยแห่งนี้ ซึ่งเกิดที่นี่แต่ไปเจริญก้าวหน้าเป็นเศรษฐีชาวสิงค์โปร์ นามว่า ตั่งเกียแก แล้วนำชมโรงเรียนจิบมุ่ย ซึ่งเวลานี้ได้ยกระดับ เป็นมหาวิทยาลัยจิบมุ่ย สถานที่แห่งนี้ มหาเศรษฐีชาวสิงคโปร์เป็นผู้สร้างไว้เพื่อพัฒนาการศึกษาให้เยาวชนรุ่นหลัง กระทั่งเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบัน ชมอนุสาวรีย์ของผู้ที่สร้างโรงเรียนจิบมุ่ยแห่งนี้ ซึ่งเกิดที่นี่แต่ไปเจริญก้าวหน้าเป็นเศรษฐีชาวสิงค์โปร์ นามว่า ตั่งเกียแก

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร แล้วนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก  

              ã พักเมืองเซี่ยเหมินโรงแรม Venice Hotel  4 ดาวหรือ Xiamen Hooray Hotel

 

วันที่สิบ      เซี่ยเหมิน/วัดหน่ำโพวท้อ ~ สุวรรณภูมิ      厦门 / 南普陀 ~  素汪哪逢 (泰国)

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก  

              นำท่านเดินทางไปวัดหน่ำโผวท้อ ซึ่งเป็นวัดดังและศักดิ์สิทธิ์ในมณฑลฮกเกี้ยน (กระทั่งมีคำพังเพยว่า เจ๊กนี้ไป้หน่ำโผ้ว ซานี้เหมียงสิ่วโค่ว) ซึ่งแปลว่า สาธุชน ทุกๆท่านที่มานมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแห่งนี้ จะมีแต่ความสุขตลอดไป ภายในมีพระพุทธรูปหยกขาว องค์พระพุทธเจ้าอัญเชิญมาจากประเทศพม่ามีเจดีย์ทองเหลืองที่สร้างในสมัยราชวงศ์หยวน  สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล

เที่ยง        บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร      หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติเซี่ยเหมิน

15.05      Q เหิรฟ้ากลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ MF 833 

17.25      ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ(ประเทศไทย) โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ........

                                                                                                                                               

                                                 ******** เอส แอนด์ ลักษ์ การท่องเที่ยว ********

 

ค่าบริการ  @ ผู้ใหญ่ 16 ท่านขึ้นไป (พักคู่)  .... บาท  พักเดี่ยวเพิ่ม ..... บาท               

อัตราค่าบริการรวม

     - ค่าตั๋วเครื่องบิน MF (กรุ๊ป) 4 ต่อเที่ยวบิน กรุงเทพฯเซี่ยเหมินหลันโจว//อูรูมูฉีเซี่ยเหมินกรุงเทพฯ 
- ค่าที่พักโรงแรม 2 ท่านต่อหนึ่งห้องคู่ (รวม 9 คืน)   - ค่าอาหารทุกมื้อ ตามที่ระบุในรายการ    

     - ค่าบัตรผ่านประตูเข้าชมสถานที่ระบุไว้ในรายการ    ค่าธรรมเนียมประกันภัยทางอากาศ (YQ) 

- ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (YR)     - ค่าภาษีสนามบินไทย +และจีน     
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศจีน  
- น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน
20 กิโลกรัม สัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องได้ 1 ชิ้น ต่อท่านเท่านั้น

- ค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบินที่มีการเรียกเก็บ

-  ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกินหนึ่งล้านบาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

 - น้ำดื่มสะอาดบริการ 1 ขวด/ท่าน ทุกวันท่องเที่ยว

 

ค่าบริการไม่รวม 
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม นอกจากรายการ 
- ค่าทำหนังสือเดินทาง/ค่าทำเอกสารของผู้ถือหนังสือต่างด้าว/ค่าวีซ่าด่วน/ค่าวีซ่าของชาวต่างชาติ 
- ค่าภาษี 7 % และ ภาษี 3%
(ถ้ามี)

.รวมค่าทิปไกด์และคนขับรถท้องถิ่นทั้งหมดแล้ว.

 

สำรองที่นั่ง  มัดจำท่านละ 10,000บาท พร้อมแจ้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามพาสปอร์ต ที่เหลือชำระก่อนเดินทาง15วัน

เอกสารวีซ่า

1. พาสปอร์ตที่มีอายุใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน+ รูปสีหน้าตรง 2 นิ้ว 2 ใบ** ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน

     (พื้นหลังฉากสีขาวไม่สวมแว่น ไม่สวมหมวก)

2. สำหรับผู้ที่เคยเดินทางเข้าประเทศจีนแล้ว ไม่เกินปี 2014  กรุณาถ่ายเอกสารหน้าวีซ่าจีนครั้งล่าสุดแนบ

3. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี, นักเรียน, นักศึกษา  ต้องแนบสำเนาสูติบัตรของเด็ก ***

* กรณีเด็กที่อยู่ในวัยเรียน  ต้องขอชื่อโรงเรียน ที่อยู่สถานศึกษาละเอียด และเบอร์โทรของโรงเรียน

การยกเลิก     ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท

              ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10–24 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์

                        ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 1–9 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100 % ของราคาทัวร์

เอกสารวีซ่า

หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน+ รูปสีหน้าตรง 2 นิ้ว 2 ใบ** ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน

 

หมายเหตุ 

บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมทั้งนี้ถือประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ /การไม่รับประทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์ เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย / บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ให้กับลูกค้าในวงเงินหนึ่งล้านบาท เงื่อนไขตามกรมธรรม / บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน / บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคา โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่มีการขึ้นลงของเงินตราต่างประเทศ หรือทีการปรับค่าธรรมเนียมต่างๆ

เงื่อนไขและความรับผิดชอบ

บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว  สายการบิน  และตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ การนัดหยุดงาน การจลาจล การเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ  หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ

                                                                                     

หมายเหตุ ราคาทัวร์ดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสภาวะน้ำมันโลกที่มีการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้สายการบินอาจมีการปรับราคาภาษีน้ำมันขึ้นในอนาคต ซึ่งทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าภาษีน้ำมันเพิ่มตามความเป็นจริง

                             บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สภาพทางการเมือง ภัยทางธรรมชาติ แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ (ราคาดังกล่าวข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่และกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้)

-ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์หรือเรียกร้องคืนค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 

U กรุณาตรงต่อเวลาตามนัดหมายเคาน์เตอร์เช็คอินปิดก่อนเครื่องออก 2 ชั่วโมง

************ S&Lux Travel ************